ต้นจาก : พืชใหม่ เพื่อพลังงานทดแทน
มติชน
Apr 9, 2008
by รศ.ดร.นพรัตน์ บำรุงรักษ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสง
เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ไพออนเนียร์ไบโออินดัสทรี ประเทศมาเลเซีย ประกาศว่า กำลังลงทุนไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านริงกิต หรือมากกว่าแสนล้านบาท เพื่อสร้างโรงกลั่น เอทิลแอลกอฮอล์ หรือ เอทานอล (ethanol) เชิงพาณิชย์ จาก "ต้นจาก" (Nypa fruticans) พืชนี้พบมากมายตามชายฝั่งปากน้ำ ปากอ่าว ที่ราบลุ่ม น้ำกร่อยในบ้านเราเช่นกัน

บริษัทดังกล่าวอ้างว่าจะสามารถผลิตแอลกอฮอล์จากต้นจากได้ถึง 6,480 ล้านลิตร เมื่อโรงงานเปิดในปี 2552 บริษัทนี้ได้สัมปทานพื้นที่ป่าประมาณ 62,500 ไร่ จากรัฐบาลเพื่อกิจการดังกล่าว และยังมีเรื่องเล่ากันว่ารัฐบาลอินโดนีเซียกำลังพิจารณาเปลี่ยนที่ราบลุ่มทางตอนใต้ของจังหวัดอิเรียน จายา เป็นไร่จากขนาดมหึมาอีกด้วย

ขณะที่บ้านเราถือว่าต้นจากเป็นพืชที่ไร้บทบาท มีการโค่นทิ้งทำลายเพื่อทำนากุ้ง หรือ บางแห่งก็ทำลายหันไปปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ดินเค็มทด แทน ทั้งๆ ที่สภาพพื้นที่นี้ไม่เอื้ออำนวยต่อผลผลิตปาล์ม น้ำมัน

ผู้เขียนมีความเห็นว่า พื้นที่บริเวณชายฝั่งมากมายของประเทศไทยที่ว่างเปล่า รวมทั้งพื้นที่นากุ้งร้างกว่าสี่ถึงห้าแสนไร่ หากมีการฟื้นฟูเพื่อปลูกต้นจาก จะเป็นผลดีหลายด้านทั้งเป็นแหล่งผลิต น้ำตาล แอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู เป็นที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งอาหาร ของสัตว์น้ำ เพราะต้นจากเป็นพืชชนิดหนึ่งของระบบนิเวศ ป่าชายเลน ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่ดีเยี่ยม เนื่องจากมีระบบรากที่ยึดดินได้อย่างแน่นหนาอีกด้วย การปาดตาลก็ไม่ต้องป่ายปีนเหมือนต้นตาลหรือมะพร้าว และไม่ต้องปลูกใหม่ทุกปีเหมือนอ้อย

ความจริงคนไทยที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเล รู้จักการใช้ประโยชน์ จากการทำน้ำตาลจากมานานเป็นเวลาหลายร้อยปี แม้แต่พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำตาปี ในอดีตก็มีการทำน้ำตาลจากด้วย แต่ปัจจุบันได้หายสาบสูญ จนคนรุ่นใหม่ไม่เคยพบเห็น หรือได้ยินแต่ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันที่ทำน้ำตาลจากเป็นอาชีพ ยังพบได้บ้างบริเวณจังหวัด นครศรีธรรมราช ตรัง และระนอง บางอำเภอ หรือบางตำบลเท่านั้น เพื่อให้ความรู้ด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน แขนงนี้ดำรงอยู่
เพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มทางเลือกของแหล่งพลังงานในประเทศไทย

การเจริญเติบโตของต้นจาก

ต้นจากมีลำต้นอ้วนสั้น อาจเลื้อยตามผิวดินหากถูกน้ำเซาะหรืออยู่ใต้ผิวดินสามารถแตกเป็น 2 ง่าม เพื่อการขยายพันธุ์ และมีรากแตกออกมาจากลำต้นด้านล่าง จากจึงชอบบริเวณดินอ่อนและหน้าดินลึก ลำต้นใต้ดินหรือเหง้านี้มีลักษณะอวบอ้วน แบนและแข็ง เป็นสีโคลนซ้อนเหลื่อมกันเหมือนมูลโค และอาจมีขนาดใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 ซม. มีระบบรากเป็นระบบรากฝอย มีลักษณะอวบอ้วนอยู่ใต้เหง้า และกระจุกใบ (rosette) รากมีขนาดค่อนข้างยาว ที่อาจยาวถึง10 เมตร และมีจำนวนมากซึ่งเอื้อต่อการยึดดิน

เมื่อน้ำลงจะเห็นกระจุกรากของต้นแก่ที่ตายแล้วบริเวณตลิ่ง เป็นกระจุกใหญ่ ต้นจากเจริญเติบโตได้ดีบริเวณชายฝั่งที่มีน้ำกร่อย แดดจ้า บริเวณเขตร้อนทั่วไป ไทยพบทุกจังหวัดที่เป็นชายฝั่ง

ต้นจากจะไม่ขึ้นในที่เค็มจัดจนเกินไป การเจริญเติบโตของต้นจากอาจขึ้นเดี่ยวๆ หรือหนาแน่นเป็นป่าจาก ซึ่งมีการแตกแขนงคืบคลานไปเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าต้นจากขึ้นได้เฉพาะริมฝั่งน้ำเท่านั้น แต่ความจริงพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งที่ได้รับผลจากน้ำกร่อยหรือ น้ำเค็มก็สามารถเจริญเติบโตได้



การใช้ประโยชน์ เชิงเศรษฐกิจ

ในอดีตผู้อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลได้ใช้ประโยชน์ของต้นจากอย่างกว้างขวาง อาศัยใบจากทำฝาบ้าน มุงหลังคา มวนบุหรี่ ทำภาชนะชนิดต่างๆ เช่น หมวก ภาชนะตักน้ำ ไม้กวาด ที่เป็นอาหารได้แก่ ผล ยอดอ่อน และการปาดน้ำหวานจากต้นจากเพื่อทำน้ำตาล น้ำส้มสายชู แอลกอฮอล์ เครื่องดื่ม เรียกว่าเป็นไม้คู่ชีวิตของคนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งกันเลยทีเดียว

ต่อมาสภาพสังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง ของเดิมที่มีคุณค่าและเป็นทรัพยากรประจำท้องถิ่นก็ถูกแทนที่ด้วยของใหม่ที่มีการโหมโฆษณา มีการบรรจุหีบห่อสวยงาม ล่อใจ จนของเดิมที่มีคุณค่าไม่เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่

สิ่งเหล่านี้เองเป็นปัญหาของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง และการใช้ทรัพยากรที่ใช้อย่างยั่งยืนในยุคที่พลังงานมีราคาสูง

ต้นจากน่าจะพิจารณานำมาเป็นแหล่งของพลังงานทางเลือก เพราะเป็นพืชให้น้ำตาลที่สามารถหมักเป็น แอลกอฮอล์ได้ดีมีประสิทธิภาพสูง เพราะพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยมีความเหมาะสมกับพืชชนิดนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ทุกฝ่ายให้ความสนใจอย่างจิงจังมีการศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เช่น เทคนิคการปลูก การให้ปุ๋ย การจัดการก่อนปาดน้ำหวาน และการจักการไร่จากและเทคนิคการผลิตแอลกอฮอล์ ที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ที่ปากพนังราคาน้ำตาลจากในขณะนี้ปริมาณ 1 ปี๊บ (25 กก.) ราคากว่า 700 บาท ทำให้บางครอบครัวมีรายได้มากกว่าสองหมื่นบาทต่อเดือน จนทำให้สามารถขจัดความยากจนได้อย่างดี การทำน้ำตาลจากต้นจากในประเทศไทย เมื่อ 50 ปีก่อนเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน มีแทบทุกหมู่บ้าน ตั้งแต่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง ตรัง แต่ระยะหลังมีเหลือเฉพาะระนอง ตรัง และบางอำเภอของนครศรีธรรมราช เท่านั้น

ทั้งนี้ ต้นจากเป็นพืชหนึ่งที่ให้แอลกอฮอล์ต่อไร่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่น จะเห็นได้ว่าต้นจากสามารถเป็นแหล่งของแอลกอฮอล์ที่มากกว่ามะพร้าว มันสำปะหลัง และอ้อย หากได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมอาจใช้เป็นเชื้อเพลิงยามขาดแคลนได้ดี ยังมีคนประเมินว่าต้นจากสามารถให้น้ำตาลได้ถึง 20 ตันต่อ แฮกตาร์ หรือ 3,200 กก ต่อไร่ และคิดเป็นแอลกอฮอล์ 90 บาร์เรล หรือ 14,300 ลิตรต่อแฮกตาร์ หรือ 2,288 ลิตรต่อไร่ ซึ่งมากกว่าอ้อยถึงสองเท่า